HomeLoverClub | เว็บบอร์ด สนทนาเรื่องบ้าน-ที่อยู่อาศัย
🔥 Admin รับฝากขายบ้าน ทาวน์โฮม คอนโดฯ และที่ดิน Tel.0880784239🔥 Admin รับปรึกษากฎหมายอสังหาริมทรัพย์ Tel.0880784239
ฟังเพลงเพราะต่อเนื่อง ออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง
ขอขอบคุณ COOLfahrenheit สถานีเพลงไทยสากลอันดับ 1

บ้านเดี่ยว

[1] 2 3 4
grin ศุภาลัยบุกอสังหาฯเมืองอุดรเปิดตัว“ศุภาลัย เลค แอนด์ พาร์ค”
พฤศจิกายน 23, 2021, 06:33:01 PM by admin

ศุภาลัย ทุ่ม 1,800 ล้านบาท ปักหมุดโครงการ“ศุภาลัย เลค แอนด์ พาร์ค”เมืองอุดร พลิกดีไซน์บ้านเดี่ยวและบ้านแฝดพร้อมสวนสวยสไตล์ยูโรเปี้ยน ดีเดย์ปลายเดือนพ.ย.นี้

นายราชัย ปิยวาจานุสรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าบริษัทประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเสมอมาในการเข้ามาพัฒนาโครงการแนวราบใน จ.อุดรธานี ซึ่งมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการบริการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และเนื่องจากความต้องการในการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บริษัทจึงมั่นใจในการนำแบรนด์ใหม่ล่าสุด “เลค แอนด์ พาร์ค” โดดเด่นในบรรยากาศสวนสวยแสนร่มรื่นริมทะเลสาบ มาเปิดตัวเป็นครั้งแรกใน จ.อุดรธานี พิเศษยิ่งกว่าเดิมกับบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดซีรีส์ใหม่ สไตล์ Tropical ในราคาเริ่มต้น 3.09 – 10 ล้านบาทบนเนื้อที่โครงการ 94 ไร่ ด้วยแนวคิด “The Value of Life for All Generations

พลิกทุกดีไซน์ เพื่อชีวิตยุคใหม่ กับบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดซีรีส์ใหม่ 2 ชั้น สไตล์ Tropical ขนาด 3-4 ห้องนอน ที่จอดรถ 2-3 คัน บนพื้นที่ใช้สอย 149 – 330 ตร.ม. ออกแบบฟังก์ชันมาให้ลงตัวทุกตารางเมตร และยังเลือกใช้วัสดุคุณภาพ ประหยัดพลังงาน ที่มาพร้อมกับระบบบ้านอัจฉริยะ Home Automation ปลอดภัยด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. กล้อง CCTV ทั้งโครงการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมาตรฐานศุภาลัย อาทิ ฟิตเนส สระว่ายน้ำและสนามเด็กเล่น

สวนส่วนกลางสไตล์  ยูโรเปี้ยน 4 สวน 4 สไตล์ ทั้ง สวนสไตล์อิตาลี  สวนสไตล์อังกฤษ  สวนสไตล์ฝรั่งเศส และสวนสไตล์เนเธอร์แลนด์ ด้วยการนำแลนมาร์คสัญลักษณ์ของประเทศต่างๆมาประดับบนพื้นที่สีเขียวรวมกว่า 3 ไร่ ให้ได้ฟีลพักผ่อนในบรรยากาศต่างประเทศทุกวันที่อยู่บ้าน อีกทั้งโครงการยังตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ เดินทางเข้าออกสะดวกเพียง 600 เมตร จากถนนมิตรภาพ ทางเข้าวัดป่าบ้านตาด สัมผัสชีวิตสมบูรณ์แบบที่ลงตัวทุกไลฟ์สไตล์ในโครงการ “ศุภาลัย เลค แอนด์ พาร์ค” จ.อุดรธานี ราคาเริ่มต้น 3.09 – 10 ล้านบาท ในงาน      Pre-Sales วันที่ 27-28 พ.ย.นี้


Credit : https://www.bangkokbiznews.com/business/973385
 
::)
cheesy ปลดล็อก LTV หนุนกำลังซื้ออสังหาฯโต 5.1%
พฤศจิกายน 17, 2021, 10:44:21 PM by admin


Credit : https://youtube.com/user/KrungthepTurakij
 
::)
cheesy “กาญจน์กนก” เชียงใหม่อัดโปรฯท้ายปีฟรีโอน-แจกไอโฟน13
พฤศจิกายน 03, 2021, 11:17:07 AM by admin

อสังหาฯเชียงใหม่สาดแคมเปญโค้งท้ายปี เร่งดึงกำลังซื้อเรียลดีมานด์ หลังพิษโควิดทำกำลังซื้อวูบ “กาญจน์กนก” อัดโปรฯแรง บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดฯ

ฟรีเฟอร์นิเจอร์-เครื่องใช้ไฟฟ้าครบพร้อมอยู่-ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน-ฟรี iPhone 13 เผยยอดขายปีนี้เพิ่มขึ้น 15% แตะ 2.1 พันล้านบาท


นายมีน เชี่ยวศิลปธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาญจน์กนก พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้ประกอบการโครงการบ้านจัดสรรแนวราบและแนวสูงรายใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า

จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาทางบริษัทหันมามุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ (real demand) มากขึ้นกล่าวคือ กลุ่มคนที่มีความต้องการในการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยจริง

ซึ่งบริษัทมีทั้งคอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยว โดยมียอดขายรวมปี 2564 อยู่ที่ราว 2,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากทั้งหมด 20 โครงการในปีนี้

“ภาพรวมการขายค่อนข้างแผ่วจากช่วงปกติก่อนเกิดโควิด แต่ตัวเลขยอดขายเพิ่มขึ้น 15% มาจากกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ทั้งหมด ประกอบกับการตัดสินใจซื้อที่ยากขึ้น จึงต้องทำทุกโปรดักต์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าให้มากที่สุด

โดยเฉพาะทุกโครงการเน้นจุดแข็งเรื่องทำเลที่ตั้ง ความคุ้มค่าคุ้มราคาหากเทียบกับคู่แข่ง ต้องถูกกว่าและมีคุณภาพที่ดีกว่า และการจัดโปรโมชั่นให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

นายมีนกล่าวต่อไปว่า ความคุ้มค่าหากเทียบกับคู่แข่ง จะต้องถูกกว่าและมีคุณภาพที่ดีกว่า อาทิ คอนโดมิเนียม โครงการวันพลัส สวนดอก 9, วันพลัส คลองชล-สุเทพ, วันพลัส มหิดล

ซึ่งเป็น 3 โครงการใหม่ที่ลงทุนในปีนี้ (2564) อยู่ในทำเลใจกลางเมือง แต่ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.39 ล้านบาท-1.99 ล้านบาทเท่านั้น เน้นดีไซน์ที่ทันสมัยควบคู่กับคุณภาพ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิต

ห้องกว้างฟังก์ชั่นครบครัน จัดสรรพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดส่วน บนพื้นที่ใช้สอยอย่างลงตัว ซึ่งหากลูกค้าจองวันนี้-30 ธันวาคม 2564 รับโปรโมชั่นพิเศษ ฟรีเฟอร์นิเจอร์ครบชุด-เครื่องใช้ไฟฟ้าครบชุด และฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน

ขณะที่โครงการบ้านเดี่ยวกาญจน์กนกซึ่งมีทั้งบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด บนทำเลคุณภาพรอบเมืองเชียงใหม่ เป็นบ้านพร้อมอยู่ทุกโครงการ ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท-ไม่เกิน 3 ล้านบาท

โดยมีการจัดโปรฯในช่วงที่ผ่านมา อาทิ ส่วนลดเงินคืน 5% ฟรีเคาน์เตอร์ครัว-ฟรีเฟอร์นิเจอร์-ฟรีเงินคืนค่าโอน-ฟรีแอร์และฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน เป็นต้น เช่นเดียวกับโครงการทาวน์โฮมพร้อมอยู่ 4 ทำเลเมือง

ได้แก่ หนองผึ้ง, แม่ริม, หนองจ๊อม, มหิดล-ป่าแดด ราคาขายเริ่มต้น 1.7 ล้านบาท ซึ่งมีการจัดโปรโมชั่นช่วงท้ายปี-30 ธันวาคม 2564 ฟรีแอร์ทุกห้องนอน-ฟรีกันสาดทั้งหลัง-ฟรีเคาน์เตอร์ครัว-ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน-ฟรี iPhone 13 และฟรีเงินคืนค่าโอน 1% เป็นต้น

“ภายใต้ปัจจัยลบหลายด้านได้ปรับกลยุทธ์ควบคุมสต๊อกแต่ละโครงการ โดยเฉพาะควบคุมต้นทุนการก่อสร้างให้สอดรับกับดีมานด์ตลาดจริง ปรับฟังก์ชั่นบ้านและรูปแบบบ้านให้เหมาะกับการใช้ชีวิต ให้ตอบรับการอยู่อาศัยของคนยุคใหม่”

นายมีนกล่าวต่อว่า แนวโน้มอสังหาฯในปี 2565 คาดว่าจะดีกว่าปี 2564 และจะเดินหน้าลงทุนใหม่อย่างต่อเนื่องด้วยเพราะบริษัทมีแลนด์แบงก์มากกว่า 1,000 ไร่


Credit : https://www.prachachat.net/local-economy/news-791797
 
::)
xx คาดมาตรการผ่อนคลาย LTV ดันอสังหาฯ ธุรกิจสินเชื่อเติบโต หลังโควิดคลี่คลาย
ตุลาคม 24, 2021, 04:43:33 PM by admin

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองมาตรการผ่อนคลายเพดาน LTV จะมีผลดีต่อตลาดที่อยู่อาศัย เปิดโอกาสให้กับธุรกิจและสินเชื่ออสังหาฯ เติบโตหลังโควิดคลี่คลาย

หลังจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ได้ประกาศผ่อนเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ มาตรการ LTV อีกครั้ง เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 64 ที่ผ่านมา หลังจากที่ได้ผ่อนคลายเกณฑ์บางส่วนไปในช่วงก่อนหน้า โดยรายละเอียดของการผ่อนคลายมาตรการในครั้งนี้ คือ

1. ปรับเพดานสัดส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน หรือ LTV ของสัญญาซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่สองเป็นต้นไปที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท จากเดิม 70%-90% เพิ่มเป็น 100% ขณะที่ในสัญญาซื้อหลังแรกยังคงเดิมอยู่ที่ 100% พร้อมให้เงินกู้เพิ่มอีก 10% เพื่อใช้ในการซื้อเฟอร์นิเจอร์ (รวม 110% จากมูลค่าหลักประกัน)

2. ปรับสัดส่วนเพดานเงินกู้ของสัญญาซื้อที่อยู่อาศัยที่ราคาสูงกว่า 10 ล้านบาทเป็นต้นไป จากเดิม 70%-90% เพิ่มเป็น 100% ตั้งแต่สัญญาหลังแรกเป็นต้นไป โดยให้เริ่มสำหรับสัญญาเงินกู้ตั้งแต่ 20 ต.ค. 64 ถึง 31 ธ.ค. 65

ทั้งนี้ หากย้อนมองกลับไปตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด จะพบว่าตลาดที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก ดังจะเห็นได้จากกิจกรรมการซื้อขายที่อยู่อาศัยชะลอตัวลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2564 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศมีจำนวน 1.54 แสนหน่วย หดตัว 33.2% YoY โดยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หดตัว 16.8% YoY

ส่วนพื้นที่จังหวัดอื่นๆ หดตัว 51.4% YoY ซึ่งมีกว่า 39 จังหวัด ที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยหดตัวมากกว่า 90% และมีประมาณ 6 จังหวัด ที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยจำนวนต่ำกว่า 10 หน่วย นอกจากนี้จำนวนที่อยู่อาศัยรอขายสะสมยังทรงตัวระดับสูง ส่งผลทำให้การลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ชะลอลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 18 ปี

ขณะที่สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยนั้นยังเป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อยตัวหลักที่สามารถประคองการเติบโตไว้ได้ ทั้งนี้ ณ สิ้น ส.ค. 2564 ยอดคงค้างสินเชื่อบ้านของระบบ ธ.พ.ไทยเติบโต 6.1% YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และ 3.4% YTD เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 (ปี 2563 ขยายตัว 5.9% YoY) สูงกว่าสินเชื่อรายย่อยภาพรวมที่ขยายตัวเพียง 4.6% YoY และ 1.7% YTD

โดยสินเชื่อบ้านที่ขยายตัวได้ต่อเนื่องในปีนี้ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อสำหรับบ้านที่มีระดับราคา 3 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นตลาดสำหรับกลุ่มผู้กู้หรือครัวเรือนที่มีกำลังซื้อ รายได้อยู่ในระดับปานกลางค่อนไปทางสูง และไม่ถูกกระทบมากนักจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทำให้สถาบันการเงินประเมินว่ายังคงมีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ได้

ในช่วงที่เหลือของปีนี้และในปี 2565 สภาพแวดล้อมของตลาดที่อยู่อาศัยและทิศทางการปล่อยสินเชื่อบ้านของสถาบันการเงินยังเต็มไปด้วยหลายปัจจัยท้าทาย ทั้งสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งจะมีผลต่อจังหวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านกำลังซื้อ ความมั่นคงในอาชีพการงาน ประกอบกับการซื้อที่อยู่อาศัยยังขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ซื้อ และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอสินเชื่อด้วย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า หากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ สถานการณ์โควิดทุเลาลง ภาวะเงินเฟ้อในประเทศไม่รุนแรง การผ่อนปรนเกณฑ์มาตรการ LTV ในครั้งนี้จะช่วยหนุนให้ตลาดที่อยู่อาศัยทยอยปรับตัวดีขึ้น

ทั้งนี้ คาดว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศตลอดช่วงเวลาของมาตรการฯ จะเพิ่มขึ้นจากที่เคยคาดไว้คิดเป็นมูลค่าราว 18,000-30,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีมาตรการฯ ขณะที่การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศทั้งปี 64 น่าจะมีจำนวนอยู่ที่ประมาณ 2.4 แสนหน่วย หดตัว 33.1% จากปี 63 โดยจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัด (70 จังหวัด) อาจลดลงมากกว่าครึ่งจากปี 63

ในทำนองเดียวกัน ผลของการผ่อนคลายมาตรการ LTV คงจะเปิดโอกาสให้สินเชื่อบ้านเติบโตในกรอบที่สูงขึ้นในปี 2565 ภายใต้สมมติฐานที่เศรษฐกิจไทยสามารถทยอยฟื้นตัวกลับมา และไม่เผชิญกับการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินในเบื้องต้นว่า การผ่อนปรนมาตรการ LTV ที่จะครอบคลุมไปถึงปี 2565 จะทำให้สินเชื่อบ้านปี 65 มีโอกาสเติบโตเพิ่มเติมได้ประมาณ 0.3-0.7% ไปอยู่กรอบ 4.8-5.2% สูงขึ้นกว่ากรอบคาดการณ์ปี 64 ที่ 4.2-4.5%

ขณะที่ประเด็นที่ต้องติดตามจะอยู่ที่การประเมินความพร้อมในการก่อหนี้ก้อนใหม่หรือรีไฟแนนซ์หนี้เดิม ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงความเสี่ยงด้านเครดิตและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่อาจเผชิญปัญหาหนี้สินที่เพิ่มขึ้นหลังโควิด โดยเฉพาะจากหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคก้อนอื่นๆ

อาทิ บัตรเครดิต หรือสินเชื่อบุคคล รวมถึงสถานการณ์รายได้และการจ้างงานที่อาจยังไม่กลับมาสู่ภาวะปกติอย่างเต็มที่ อันอาจทำให้เงื่อนไขการอนุมัติสินเชื่อสำหรับลูกหนี้แต่ละรายท้ายที่สุด จะแปรผันตามเงื่อนไขต่างๆ ดังกล่าวนี้ด้วย


Credit : https://www.thairath.co.th/business/feature/2226555
 
::)
cheesy ธปท.ปลุกอสังหาฯ 5 หมื่นล้าน ปลดล็อกซื้อบ้านกู้เต็ม 100% ได้ทุกหลัง
ตุลาคม 23, 2021, 08:41:49 AM by admin

ธปท.ผ่อนคลายเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยต่อมูลค่าหลักประกัน หรือ LTV ปลดล็อกบ้านทุกราคา-ทุกสัญญากู้เต็มได้ 100% ชั่วคราว หนุนเม็ดเงินสินเชื่อปล่อยใหม่เข้าระบบ 5 หมื่นล้านบาท กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ 7% มองภาคก่อสร้าง-แรงงานได้รับอานิสงส์ ลั่นไม่ห่วงหนี้เสียพุ่ง เหตุแบงก์รัดกุมปล่อยกู้-สัญญาณเก็งกำไรลดลง ระบุมีผลถึง 31 ธ.ค. 2565

วันที่ 21 ตุลาคม 2564 นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยืดเยื้อ แม้มีแนวโน้มจะทยอยฟื้นตัวได้จากความคืบหน้าในการกระจายวัคซีนและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด ทำให้เปิดประเทศได้เร็วกว่าคาด แต่การฟื้นตัวยังเปราะบางจากความไม่แน่นอนสูงและฐานะการเงินของบางภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว

ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์อยู่ในภาวะซบเซาจากอุปสงค์ที่อ่อนแอและภาคก่อสร้างที่ได้รับผลจากการระบาด ธปท. ประเมินแล้วเห็นว่า เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและพยุงการจ้างงาน จึงควรเร่งเพิ่มเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องจำนวนมาก โดยเฉพาะจากกลุ่มที่ยังมีฐานะการเงินเข้มแข็งหรือรองรับการก่อหนี้เพิ่มได้ ผ่านการผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (มาตรการ LTV) เป็นการชั่วคราว

ปลดล็อกซื้อบ้านกู้เต็ม 100% ได้ทุกหลัง

โดยการผ่อนคลายมาตรการ LTV จะประกอบด้วย คือ 1.กำหนดให้เพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV ratio) เป็น 100% สามารถกู้ได้เต็มมูลค่าหลักประกัน (รวมถึงการรีไฟแนนซ์) ทุกกลุ่มที่มี LTV ต่ำกว่า 100% ไม่ให้เกิน 100% ในทุกระดับราคาและทุกสัญญา โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสถาบันการเงินด้วย การผ่อนคลายนี้ให้เป็นการชั่วคราว สำหรับสัญญาเงินกู้ที่ทำสัญญาตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565

ทั้งนี้ จากเดิมมาตรการ LTV ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2562 กำหนดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสัญญาที่ 1 ในส่วนมูลค่าราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท กำหนดให้ LTV ไม่เกิน 100% โดยสามารถบวกสินเชื่อ Top-Up ได้ 10% และในส่วนของราคาบ้านมากกว่า 10 ล้านบาท เดิมกำหนด LTV อยู่ที่ 90% ขณะที่สินเชื่อเพือที่อยู่อาศัยสัญญาที่ 2 ราคาบ้านต่ำกว่า 10 ล้านบาท และมากกกว่า 10 ล้านบาท กำหนดให้ LTV อยู่ที่ 80-90% และสัญญาที่ 3 ขึ้นไป กำหนด LTV อยู่ที่ 70% ทั้งนี้ เดิม ธปท.ต้องการให้ลูกค้ามีการออมก่อนการซื้อบ้าน ลดความเสี่ยงในการเก็งกำไร และความสามารถในการชำระหนี้

“มาตรการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ LTV เนื่องจากผลกระทบการระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรง แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว จึงเป็นจังหวะที่ดีที่จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา โดยผ่านมาตรการที่เป็นแบบเฉพาะเจาะจง (Targeted) หลังจากทำภาคการท่องเที่ยวผ่านพักทรัพย์ พักหนี้ ภาคเอสเอ็มอีผ่านสินเชื่อฟื้นฟู ซึ่งมาตรการอสังหาริมทรัพย์เป็นภาคที่ ธปท.มีเครื่องมืออยู่แล้วผ่านมาตรการ LTV จึงมีการผ่อนคลายเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นดึงเม็ดเงินจากกลุ่มระดับบนให้สามารถเร่งตัดสินใจซื้ออสํงหาริมทรัพย์ ซึ่งจะเป็นภาคส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับซัพพลายค่อนข้างเยอะจะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจภาพรวม”

คาดปลุกเม็ดเงินสินเชื่อใหม่ 5 หมื่นล้านบาท

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเสถียรภาพระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ประเมินการผ่อนคลายมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ครั้งนี้ จะช่วยสร้างเม็ดเงินจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ของธนาคารพาณิชย์เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจราว 5 หมื่นล้านบาท แม้คิดเป็นมูลค่าค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบสัดส่วนมูลค่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่มีขนาดใหญ่มูลค่าราว 15-16 ล้านล้านบาท แต่เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นได้ 7% จากปีนี้ที่มีการคาดการณ์ว่ายอดการปล่อยสินเชื่อจะอยู่ที่ราว 8 แสนล้านบาท

ขณะเดียวกัน ภาคอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นภาคที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องต้นนำและปลายน้ำค่อนข้างเยอะ เช่น วัสดุการก่อสร้าง สินเชื่อ และประกัน โดยรวมมีสัดส่วนเป็น 10% ของจีดีพี รวมถึงมีการจ้างงานมากกว่า 2.8 ล้านคน ซึ่งมากกว่า 50% จะอยู่ในภาคการก่อสร้าง ซึ่งมาตรการกระตุ้นครั้งนี้คาดว่าจะช่วยให้ภาคอสังหาริมทรัพย์กลับมาฟื้นตัวได้เร็วกกว่าคาดการณ์ จากเดิมที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) และ ธปท.คาดว่าภาคอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาฟื้นตัวในปี 2568 ซึ่งฟื้นตัวช้ากว่าภาพรวมเศรษฐกิจที่คาดว่าน่าจะปรับขึ้นในปี 2565

“สรุปมาตรการผ่อนคลายภาคอสังหาริมทรัพย์ครั้งนี้ เราผ่อนคลาย LTV โดยสินเชื่อที่ให้ LTV ต่ำกว่า 100% จากเดิมที่เคยให้เฉลี่ย 70-90% เราให้แบงก์สามารถให้ได้ถึง 100% และผ่อนคลายทุกราคาบ้าน และถึงขั้นไม่ต้องวางเงินดาวน์เลย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินเป็นผู้พิจารณา ซึ่งมาตรการครั้งนี้เราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของ K ขาบนให้ตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น

โดยผ่อนคลายชั่วคราวถึงสิ้นปี 65 ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจและความเสี่ยงภาคอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม มาตรการครั้งนี้ต้องทำภาพรวมร่วมกับภาคการคลัง ซึ่งจะมีการต่ออายุมาตรการอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน”

เกาะติดแบงก์ปล่อยกู้-สัญญาณเก็งกำไร

นายดอนกล่าวว่า หลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือมาตรการ LTV ธปท.ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งมาจากสาเหตุ 2-3 ประการ คือ 1.สัญญาณการเก็งกำไร จะเห็นว่าปัญหาหนี้เริ่มเกิดขึ้นในประเทศจีนอยู่ขณะนี้ แต่ไทยสามารถควบคุมและชะลอการเก็งกำไรจากมาตรการ LTV ที่ดำเนินการ 2.สนับสนุนให้ผู้กู้สามารถอยู่ในวิสัยการผ่อยชำระหนี้ได้ และ 3.มีสินเชื่อเงินทอนเกิดขึ้น เนื่องจากสถาบันการเงินมีการปล่อยสินเชื่อที่หละหลวม ซึ่งภายหลังจากออกมาตรการพบว่าสถาบันการเงินมีความรัดกุมในการปล่อยสินเชื่อดีขึ้น

ทั้งนี้ จากข้อมูลหลังจากดำเนินมาตรการ LTV พบว่าสัญญาณการเก็งกำไรในสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในสัญญาที่ 2 มีแนวโน้มปรับลดลง 2.ดัชนีราคาอสังหาริมทรัพย์ของไทยค่อนข้างทรงตัวไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น หากเทียบต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่น สหรัฐ ราคาปรับเพิ่มขึ้นสูงถึง 20% และ 3.การปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่มีการติดตามทุกเดือนผ่านการวิเคราะห์จากสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) พบว่าธนาคารมีความรัดกุมในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

ดังนั้น จากสัญญาณการติดตามอย่างใกล้ชิดหลังจากมาตรการ LTV ธปท.จึงไม่ได้กังวลว่าการผ่อนคลายมาตรการ LTV ครั้งนี้ จะไม่ส่งผลให้คุณภาพสินเชื่อ หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าผู้กู้จะอยู่ในกลุ่มราคาบ้าน 1-3 ล้านบาท หรือ 3-5 ล้านบาท เนื่องจากสถาบันการเงินมีการพิจารณาค่อนข้างรัดกุม และดูความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าเป็นหลัก

อย่างไรก็ดี หาก ธปท.พบสัญญาณการเก็งกำไรและราคาปรับเพิ่มขึ้น ธปท.พร้อมจะดำเนินการที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งจะเห็นตัวอย่างในประเทศนิวซีแลนด์ที่มีการประกาศมาตรการ LTV เป็นเวลา 12 เดือน แต่หลังจาก 10 เดือนเห็นสัญญาณการเก็งกำไรจึงประกาศยุติ (terminate) ทันที ซึ่ง ธปท.จะติตตามอย่างใกล้ชิด เพราะมองว่าความเสี่ยงในภาคอสังหาริมทรัพย์มีสูงขึ้นในปี 2566

“ธปท. ประเมินว่าความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินที่จะมาจากการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์ในระยะหนึ่งปีข้างหน้ามีจำกัด ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ มาตรฐานการให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน และความสามารถของประชาชนในการกู้หรือซื้อที่อยู่อาศัยได้ในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนมาตรการได้อย่างเท่าทันและเหมาะสมต่อไป”


Credit : https://www.prachachat.net/finance/news-786527
 
::)
cheesy กสิกรฯ อัดแคมเปญลุยขายอสังหาฯ มือสอง โค้งสุดท้ายของปี 2564
ตุลาคม 16, 2021, 08:53:50 PM by admin

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) จัดเต็มแคมเปญ “ร่วมด้วยช่วยลด” ลดราคาบ้านมือสองราคาเดียว 2.99 ล้านบาท และอสังหาริมทรัพย์มือสองอีกมากมาย ที่ให้ส่วนลดสูงสุด 60% พร้อมโปรสุดพิเศษ ฟรีค่าโอนสูงสุด 3 แสนบาท พร้อมมอบอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 6 เดือน หวังช่วยลดภาระให้คนอยากมีบ้านและเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม-30 ธันวาคม 2564

ทั้งนี้ "ร่วมด้วยช่วยลด” โปรโมชันส่งท้ายปี เอาใจลูกค้าที่อยากมีบ้าน ให้เป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้นในราคาสุดคุ้มกับโปรโดนใจดังนี้

- บ้านมือสองราคาเดียว 2.99 ล้านบาท : ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของบ้านมือสองในราคาเดียว ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ คอนโด ทำเลดี จำนวนจำกัดเพียง 21 หลังเท่านั้น ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่

- ลดราคาทรัพย์มือสองสูงสุด 60% : ธนาคารยังมีอสังหาริมทรัพย์มือสองให้ผู้สนใจเลือกเป็นเจ้าของในราคาสุดพิเศษ รับส่วนลดถึง 60% ทั้ง 12 ประเภท บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ ที่ดินเปล่า อาคารโรงงาน โกดัง อาคารสำนักงาน ห้องชุดสำนักงาน และอื่นๆ

- ฟรีค่าโอนสูงสุด 3 แสน และดอกเบี้ย 0% : รับสิทธิพิเศษคุ้มๆ อสังหาริมทรัพย์มือสองที่ซื้อในแคมเปญนี้ รับฟรีค่าโอนสูงสุด 3 แสนบาท พร้อมรับสินเชื่อบ้านกสิกรไทยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 6 เดือน โดยจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับจากวันที่แจ้งผลการอนุมัติขาย และต้องโอนกรรมสิทธิ์ให้แล้วเสร็จไม่เกินวันที่ 30 ธันวาคม 2564

โดยลูกค้าที่สนใจซื้อบ้านและอสังหาริมทรัพย์มือสองของธนาคาร สามารถเข้าไปเลือกชมและซื้อบ้านมือสองแบบคัด คุ้ม ครบ ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารกสิกรไทยได้ทันที หรือคลิก https://kbank.co/3ByHXr7 ซึ่งธนาคารได้คัดสรรบ้านและอสังหาริมทรัพย์ทำเลดีจากทั่วประเทศมาไว้ในที่เดียวมากกว่า 3,000 รายการ คุ้มค่า คุ้มราคา พร้อมให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่ช่วยให้คำปรึกษาในการซื้ออสังหาริมทรัพย์มือสองไปจนถึงการขอสินเชื่อที่ลูกค้าสามารถยื่นกู้ได้เต็มร้อย


Credit : https://mgronline.com/stockmarket/detail/9640000102208
 
::)
xx แสนสิริจัดเต็ม รุกตลาดอสังหาฯแนวราบ เอาใจลูกค้าด้วยไลฟ์สไตล์ใหม่ Club Vacay
ตุลาคม 15, 2021, 09:15:50 PM by admin

แสนสิริจัดเต็ม รุกตลาดอสังหาฯแนวราบ เอาใจลูกค้าโครงการด้วยไลฟ์สไตล์ใหม่ของการอยู่อาศัย กับแคมเปญ “Club Vacay”

แสนสิริ ย้ำแท่นผู้นำแนวราบ งัดจุดเด่นดีไซน์และฟังก์ชั่น รุกตลาดอสังหาฯ

ส่งแคมเปญ Club Vacay พักผ่อนได้ทุกวันที่ “คลับเฮาส์ และ ส่วนกลาง”

เปิดตัว 18 คลับเฮาส์ใหม่ ดึง 5 ช่างภาพชื่อดัง ถ่ายทอดดีไซน์และฟังก์ชั่นของการพักผ่อน

แสนสิริ ย้ำเบอร์หนึ่งผู้นำแนวราบ และ ผู้นำด้านดีไซน์การออกแบบ งัดจุดเด่นรุกตลาดอสังหาฯ ชู “คลับเฮาส์สวย พร้อมฟังก์ชั่นและดีไซน์ตอบโจทย์การพักผ่อน” ขนทัพเปิดตัว 18 คลับเฮาส์ใหม่ จับแนวคิดกลยุทธ์สร้างความต่าง ให้ทุกวัน คือ วันพักผ่อนที่บ้านกับแคมเปญ Club Vacay

เน้นย้ำ คลับเฮาส์ที่สวยงาม ต้องมาคู่กับบริการหลังการขายที่ใส่ใจการดูแลพื้นที่ให้ คงเสมือนวันแรก และอุ่นใจได้กับมาตรการความสะอาดปลอดภัยรับยุค New Normal

แสนสิริ เตรียมพื้นที่ให้ทุกคนพักร้อนได้ทุกวัน! ให้ทุกการพักผ่อน สะดวกสบายเพียงไม่กี่ก้าวจากบ้าน “Club Vacay Free Day, Everyday” พบกับข้อเสนอพิเศษถึง 31 ธ.ค.นี้ ที่โครงการบ้านและทาวน์โฮมพร้อมอยู่ทั่วประเทศ เริ่ม 1.79 ลบ.

สัมผัสบรรยากาศวันพักผ่อนที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร ผ่านพื้นที่คลับเฮาส์ สวนสีเขียว ส่วนกลาง ที่มาพร้อมทั้งดีไซน์และฟังก์ชันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกสมาชิกในครอบครัวได้แล้ววันนี้

ครั้งแรก! ถ่ายทอดจุดเด่นความสวยงามของดีไซน์และฟังก์ชั่นครบครันของคลับเฮาส์และส่วนกลางใน 5 บรรยากาศ ผ่านฝีมือภาพถ่ายจาก 5 ช่างภาพชื่อดังจาก H.O.P

อู้ พหลโยธิน ประธานผู้บริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หนึ่งในหัวใจหลักสำคัญที่  ทำให้แสนสิริ แตกต่างและโดดเด่นจากคู่แข่งในการเป็นผู้นำแนวราบครองใจคนไทยอย่างต่อเนื่อง คือ คลับเฮาส์และส่วนกลางที่สวยงาม ทั้งดีไซน์และออกแบบให้เข้ากับโครงการและฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้จริง พร้อมกับความใส่ใจดูแลพื้นที่ให้คงเสมือนวันแรก และความอุ่นใจในมาตรการความสะอาดและปลอดภัย ด้วยบริการจาก พลัส พร็อพเตอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริการหลังการขาย เราจึงนำจุดเด่นของความสวยงามและฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต มาถ่ายทอดโมเมนต์การใช้ชีวิตพักร้อนอย่างมีสไตล์ ในบรรยากาศ ที่เรียกว่า “บ้าน” โดยร่วมกับ 5 ช่างภาพชื่อดังจาก H.O.P

แสนสิริ เข้าใจการใช้ชีวิตจึงส่งมอบไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย เพื่อให้ทุกๆวันเป็นวันพักผ่อนที่แท้จริงได้จากที่บ้าน ตอกย้ำแนวคิด Made for life เพื่อชีวิตดีดีของทุกคน สำหรับแคมเปญ Club Vacay (คลับ วาเคย์) นำเสนอมุมมองใหม่ของคลับเฮาส์ สวนสีเขียว และส่วนกลาง ที่มีความหมายมากกว่าพื้นที่ แต่เป็นประสบการณ์ที่ชวนให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างอิสระ สนุกและผ่อนคลายไปกับทุกกิจกรรมที่ชื่นชอบอย่างสะดวกสบาย กับดีไซน์ที่สวยงามหลากหลาย ลงตัวกับคอนเซปต์ของแต่ละโครงการ ให้เป็นได้ทั้งที่พักผ่อนส่วนตัว ใช้เวลากับครอบครัว และที่ที่ให้คุณได้มาคอนเน็คกับเพื่อนบ้าน เปลี่ยนวันธรรมดาๆ ของคุณ ให้กลายเป็น Vacation ที่แสนพิเศษด้วยส่วนกลางที่ครบครัน”         

Club Vacay ให้ทุกวันเป็นเหมือนวันพักร้อนสุดพิเศษ สะดวกสบาย เพียงไม่กี่ก้าวจากบ้าน สัมผัสบรรยากาศ การพักผ่อนเต็มที่บนพื้นที่ Clubhouse ดีไซน์แบบ One-of-a-kind และ พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ อาทิ สระว่ายน้ำ,สวนสีเขียว Sansiri Backyard, Fitness, Lobby, Educational Playground, Jogging Track และโซนพักผ่อนหย่อนใจ พร้อมฟังก์ชั่นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ที่ Clubhouse โครงการบ้านและทาวน์โฮมจากแสนสิริ พร้อมเปิดตัวคลับเฮาส์ใหม่ 18 โครงการ อาทิ บุราสิริ พระราม 2 บ้านบรรยากาศรีสอร์ท พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่เหมือน      พาทุกคนในครอบครัวไปพักผ่อนได้ทุกวันกับธรรมชาติรอบตัว, เศรษฐสิริ กรุงเทพ-ปทุมธานี คลับเฮาส์สไตล์ Modern Classic โดดเด่นสง่างาม พร้อมวิวสนามกอล์ฟ , อณาสิริ ชัยพฤกษ์-วงแหวน คลับเฮาส์สถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นเรียบง่าย โดดเด่นด้วยสีแดง ตัดกับสวนสีเขียว เป็นต้น

สัมผัส 5 บรรยากาศความสวยงาม ดีไซน์และฟังก์ชั่นครบครันของคลับเฮาส์และส่วนกลาง

ผ่านงานศิลปะภาพถ่ายจาก 5 ช่างภาพชื่อดัง Sansiri x H.O.P (Hub of Photography)



สิริ เพลส วงแหวน–ลำลูกกา  x  เอกพล พันธุ์พัฒน์

โครงการภายใต้แนวคิด Dream Destination เสน่ห์แห่งเมืองเกียวโต ส่วนกลางที่เชื่อมต่อกันทั้งสวน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส พร้อมไฮไลท์สะพานแดงและน้องแมวฮานะจัง แรงบันดาลใจภาพจากการหวนย้อนนึกไปถึงบทเพลง“SUKIYAKI ”(Ue o Muite Arukou)” ขับร้องโดย Kyu Sakamoto แปลเป็นไทยว่า“ฉันเงยหน้าเพื่อก้าวเดินไป” ด้วยทำนองของเพลงที่มี​เอกลักษณ์ในความสดใสที่ไม่ว่าใครฟังก็จะรู้สึกถึงความสุข ไม่ต่างไปจากการที่ได้พักผ่อนหย่อนใจในคลับเฮาส์ สัมผัสประสบการณ์พักร้อนสุดพิเศษที่  สิริ เพลส วงแหวน-ลำลูกกา เริ่ม 2.29 ล้านบาท*

 

อณาสิริ ชัยพฤกษ์ – วงแหวน x โทนี่ ณัฐวัฒน์ ตั้งธนกิจโรจน์

คลับเฮาส์สีแดงดีไซน์โดดเด่น แต่ลงตัวพอดีกับแบบบ้านภายในโครงการทำให้ใครก็ตามที่ได้มาที่นี่ ต่างก็ประทับใจไม่ต่างกันทั้งความครบครันของส่วนกลาง

ทั้งสระว่ายน้ำ, ฟิตเนส ที่มาพร้อม Bay Window, สนามเด็กเล่นเพื่อการเรียนรู้

รวมไปถึง Sansiri Backyard แรงบันดาลใจจากสนามหญ้าโล่งกว้าง โปร่งสบาย และร่มรื่นด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม หวนนึกถึงความทรงจำเมื่อครั้งเป็นเด็ก การได้ออกไปผจญภัย วิ่งเล่นสนุกสนาน และจินตนาการถึงหนังสือเล่มโปรดที่ประทับใจ คือ หนังสือเจ้าชายน้อย (The Little Prince)​ ภาพถ่ายจึงมีความสดใส อบอวลไปด้วยสีสันและแสงเงาที่ดูชวนฝัน ราวกับตัวละครเจ้าชายน้อยออกมาโลดแล่นในสถานที่จริง สัมผัสประสบการณ์ พักร้อนสุดพิเศษที่ อณาสิริ ชัยพฤกษ์ – วงแหวน เริ่ม 4.85 ล้านบาท*



เศรษฐสิริ กรุงเทพ – ปทุมธานี x รินรดา พรสมบัติเสถียร

คลับเฮาส์ดีไซน์โมเดิร์น คลาสสิก สง่างามเหนือกาลเวลา พื้นที่ส่วนกลาง

ออกแบบ Landscape มาเพื่อทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมความรื่นรมย์ของพื้นที่สีเขียวจากวิวสนามกอล์ฟและผืนน้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดภาพถ่ายออกมาอย่างสวยงาม แปลกตา จากงานเขียนที่เรื่องราวในภาพนั้นเป็นภาพเสมือนจริง (Magical Realism) ความขัดแย้งกันอยู่ในภาพอย่างไม่สมจริง ทั้งหมดเพื่อบอกเล่า และถ่ายทอดความงดงามแบบไร้กาลเวลา และความตราตรึงใจอันเป็นนิรันดร์ ที่เกิดขึ้นเมื่อคุณได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศการพักร้อนสุดพิเศษที่ เศรษฐสิริ กรุงเทพ – ปทุมธานี เริ่ม 8.99 ล้านบาท*

 

บุราสิริ พระราม 2 X ตรัยภูมิ จงพิพัฒนสุข

คลับเฮาส์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกลียวคลื่นที่มีทั้งความพริ้วไหวและทรงพลังกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ แรงบันดาลใจจากการค้นหาและถ่ายทอดความรู้สึกของช่วงเวลาที่อยู่ใน Clubhouse ของบุราสิริ พระราม 2 ผ่านสิ่งของหรือมุมเล็กๆ ทั้งบรรยากาศของธรรมชาติสุดร่มรื่น อากาศบริสุทธิ์ สายลมที่พลิ้วผ่าน คลื่นน้ำที่ค่อยๆ กระจายวงกว้าง ผสมผสานกับกลอนไฮคุ หรือ tanka ในภาษาอังกฤษ ที่เน้นถึงความงามในความธรรมดา เเละการได้หยุดนิ่ง ชื่นชมรายละเอียดเล็กๆ ในธรรมชาติเเละชีวิตประจำวัน นี่คือ ความสุขที่แท้จริงของชีวิต

​สัมผัสประสบการณ์พักร้อนสุดพิเศษที่บุราสิริ-พระราม 2 เริ่ม 7 ล้านบาท*

 

เศรษฐสิริ ทวีวัฒนา X นรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์

แรงบันดาลใจในการออกแบบ Clubhouse จากดอกกล้วยไม้ พืชเศรษฐกิจของเขตทวีวัฒนา ที่มีความหมายถึงความมั่งคั่งและสง่างาม นรภัทร เจ้าของผลงานศิลปะภาพถ่ายและงานศิลปะการจัดวาง ถ่ายทอดเรื่องราวดอกกล้วยไม้จากสวนใกล้โครงการ นำมาจัดวางตามจุดต่างๆ ภายในพื้นที่ Clubhouse ของเศรษฐสิริ ทวีวัฒนา เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกันกับผู้ที่อยู่อาศัยภายในโครงการ นอกจากนี้ ดอกกล้วยไม้ “หลากหลายชนิด หลากหลายสายพันธุ์ท หลากหลายสีสัน” สามารถเจริญเติบโตภายในพื้นที่ต่างๆ ของโครงการได้ ยังสะท้อนให้เห็นว่าทุกพื้นที่ถูกในโครงการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์แก่ “ทุกชีวิต” ​สัมผัสประสบการณ์พักร้อนสุดพิเศษที่เศรษฐสิริ ทวีวัฒนา เริ่ม 15 ล้านบาท*



มาพักร้อนที่ “บ้าน” ด้วยกันกับแสนสิริ

สัมผัสประสบการณ์ไลฟ์สไตล์วันพักผ่อนกับ “Club Vacay”

ในบรรยากาศคลับเฮาส์และส่วนกลาง ที่ทำให้วันพักร้อนของคุณเกิดขึ้นได้ที่บ้าน

และทาวน์โฮมพร้อมอยู่ทั่วประเทศ เริ่ม 1.79 -36 ล้านบาท*

พร้อมรับโปรโมชันพิเศษที่โครงการได้แล้ววันนี้

www.sansiri.com/clubvacay/

#ClubVacay #Sansiri #MadeForLife

ติดตามอัพเดตข่าวสารที่น่าสนใจเกี่ยวกับแสนสิริเพิ่มเติม ได้ที่
Facebook : Sansiri PLC
Instagram : @sansiriplc
Twitter : @sansiriplc


Credit : https://www.matichon.co.th/advertorial/news_2992622
 
::)
thumbup [Video] รีวิว | บ้านเดี่ยว นิรติ Nirati เชียงราย ใกล้เซ็นทรัล เริ่ม 4.5 ล้าน
ตุลาคม 12, 2021, 06:39:18 AM by admin


Credit : https://youtube.com/c/HomeBuyersTV
 
::)
lamp [Video] เป็นมนุษย์เงินเดือน-อาชีพอิสระ แบกหนี้ก้อนโตแต่อยากซื้อบ้าน ต้องทำยังไง?
ตุลาคม 09, 2021, 12:11:18 PM by admin


Credit : https://youtube.com/c/SansiriPLC
 
::)
thumbup [Video] รีวิว | บ้านหรู เมืองแปดริ้ว DEVA สิริโสธร เริ่ม 4.29 ล้าน
กันยายน 24, 2021, 08:55:39 PM by admin


Credit : https://youtube.com/c/HomeBuyersTV
 
::)
[1] 2 3 4
Powered by SMFBlog by CreateAForum.com